เมนูอาหาร
ออปชั่นไม่จำเจ

ออปชั่นไม่จำเจ เมนูดอกขจรผัดไข่ เมนูไข่สุดง่าย

ออปชั่นไม่จำเจ เมนูดอกขจรผัดไข่ เมนูไข่สุดง่าย

ออปชั่นไม่จำเจ แม้จะอร่อยแต่ทำบ่อย ๆ ก็เอียนเนอะ ลองเปลี่ยนมาทำเมนูไข่เจียวบ้างดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไข่เจียวดอกขจร หรือ ไข่เจียวดอกสลิด จับไข่ไก่ตีผสมกับดอกขจรแล้วเอาไปทอดจนสุก กินกับพริกน้ำปลาดีงามมากเลยจ้า

ส่วนผสม ไข่เจียวดอกขจร

-ไข่ไก่
-ดอกขจร
-ซอสปรุงรส
-น้ำมันพืช

วิธีทำไข่เจียวดอกขจร

1. ล้างดอกขจร เด็ดก้านแข็งออก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
2. ตอกไข่ใส่ถ้วย ใส่ดอกขจรลงไป ใส่ซอสปรุงรส ตีจนไข่แตก
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป เทส่วนผสมไข่ลงไป ทอดจนไข่สุกทั้งสองด้าน

หลังจากไม่ได้กินเมนูไข่เจียวมานาน พอเห็นเมนูไข่เจียวดอกขจรปุ๊บก็นึกอยากกินขึ้นมาในบัดดล

แหล่งที่มา cooking.kapook

เมนูทอดมันห่อไข่

เมนูทอดมันห่อไข่ ชิ้นใหญ่ ๆ อร่อยเต็ม ๆ คำ

เมนูทอดมันห่อไข่ ชิ้นใหญ่ ๆ อร่อยเต็ม ๆ คำ

เมนูทอดมันห่อไข่ สูตรอาหารยอดนิยม อาหารแบบง่ายๆ สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ เมนูทอด แบบง่าย ทอดมันห่อไข่ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ เมนูนี้ เนื้อปลากรายหอมเครื่องเทศ เนื้อปลานุ่ม เข้ากับไข่ได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสมสำหรับทำทอดมันห่อไข่

-ไข่ไก่ 3 ฟอง
-ไข่แดงของไข่ไก่ 1 ฟอง
-เนื้อปลากรายขูด 200 กรัม
-ถั่วฝักยาว 1 ต้น นำมาซอยบางๆ
-ใบมะกรูด 4 ใบ ซอยเป็นเส้นบางๆ
-น้ำพริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำมันพืช สำหรับทอด
-น้ำจิ้มอาจาด และ แตงกวาซอย

วิธีทำทอดมันห่อไข่

-เริ่มจากการผสมเนื้อปลา โดยนำเนื้อปลากราย ไข่แดง และ พริกแกงเผ็ด นำมานวดให้เข้ากัน
-ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลทราย จากนั้นนวดให้เครื่องปรุงเข้ากับ เนื้อปลากราย ใส่ ถั่วฝักยาวซอย และ ใบมะกรูดซอยลงไป พักในตู้เย็น 1 ชั่วโมง
-ตั้งหม้อต้มน้ำ ต้มไข่ไก่ให้สุก จากนั้นปลอกเปลือกไข่ออก
-นำเนื้อปลากรายที่เตรียมไว้ ปั้นห่อไข่ต้ม ให้ความหนาพอดี อย่าให้หนา หรือ บางเกินไป จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
-ตั้ง กระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นปรับไฟปานกลาง นำทอดมันที่เตรียมไว้ลง ไปทอดในน้ำมันความร้อนปานกลาง
-ทอดให้ทอดมันสุก นำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน ผ่าครึ่งทอดมัน จัดใส่จาน เสิร์ฟ รับประทานคู่กับ น้ำจิ้มอาจาดและแตงกวา

เคล็ดลับการทำทอดมันห่อไข่

-พริกแกงเผ็ด ต้องเป็น พริกแกงที่ถึงเครื่อง ซึ่ง ส่วนประกอบของพริกแกงเผ็ด คือ พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และ กะปิ เทคนิคการทำ ต้องนำ หอมแดง และ กระเทียม ไปคั่วกระทะ ให้มีกลิ่นหอมก่อน เมื่อหอมแดง และ กระเทียมโดนความร้อน จะหวาน และ หอมมากขึ้น กะปิ ก็ต้องนำไปย่างให้หอมสุก จะทำให้กะปิมีกลิ่นหอม และ ทำให้ พริกแกงเผ็ดไม่เสียง่าย
-เนื้อปลากราย ต้องเลือกเนื้อที่สดๆ
-การนวนเนื้อปลากราย เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ให้ใส่น้ำเย็น ลงไปในการนวดด้วย จะทำให้เนื้อปลากรายจับตัวเป็นก้อนได้ดี
-ถั่วฝักยาว ให้ ซอยบางๆ หากถั่วหนาจะไม่น่ากิน เนื่องจาก ถั่วฝักยาวจะนพรสเนื้อปลากราย
-น้ำมัน สำหรบทอด นั้น ต้องใช้น้ำมันใหม่ อย่าน้ำน้ำมันเก่ามาทอด เนื่องจากน้ำมันเก่าจะทำให้อาหารมีกลิ่นของอาหารเก่า ทำให้เสีรสชาติของอาหาร ใช้น้ำมันร้อน ไปแรง เนื่องจากไม่ต้องกลัวไข่ไม่สุก การใช้ไฟแรง จะช่วยให้ ทอดมันไม่อมน้ำมัน

แหล่งที่มา nlovecooking

เมนูผัด

เมนูผัด พร้อมวิธีทำผัดแขนงหมูสับ

เมนูผัด พร้อมวิธีทำผัดแขนงหมูสับ

เมนูผัด ผัดแขนงหมูสับ อาหารไทย เมนูผัด วิธีทำผัดแขนงหมูสับ ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูผักแขนง เมนูหมู อร่อยๆ ผักแขนงทำอะไรกินได้บ้าง มีผักแขนงทำอะไรกินดี เมนูหมูผัด แสนง่ายๆ รสชติเบาๆ ทานง่าย

อาหารไทย เมนูอาหาร ยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารผัด เมนูจานเดียว คือ ผัดแขนงหมูสับ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ อยู่ที่ ผักแขนงสดๆ เทคนิคการผัด และ การปรุงรสให้ได้รสชาติ เมนูอาหาร จากผักแขนง และ หมูสับ

สูตรผัดแขนงหมูสับ เมนูอาหารยอดนิยม วิธีทำและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่นิยมทำ อาหารไทย

ส่วนผสมสำหรับทำผัดแขนงหมูสับ
– หมูสับ 4 ช้อนโต้ะ
– ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
– น้ำตาล 1 ช้อนขาฃ
– ผักแขนง 1 ถ้วย
– กระเทียม บด 1 ช้อนชา
– พริกบด 1 ช้อนชา
– ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
– น้ำซุปหมู 3 ช้อนโต้ะ
– น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำผัดแขนงหมูสับ
– เตรียม ผักแขนง ใส่ชามเอาไว้ ปรุงใส่เครื่องปรุงลงไป ประกอบด้วย กระเทียม พริก ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาล และ น้ำซุป
– จากนั้นตั้งกระทะน้ำมัน ใส่ หมูสับ ลงไปผัด ผัดหมูให้สุกก่อน จากนั้นใส่ ผักแขนง ที่ปรุงเอาไว้แล้วลงไปผัด
– ผัด ให้ส่วนผสมเข้ากัน ไม่ต้องผัดนาน ผัดพอให้ส่วนผสมเข้ากัน เสริฟใส่จาน ทานกับข้าวสวยร้อนๆ กับ พริกน้ำปลา และ ไข่ดาว

เคล็ดลับความอร่อยขอผัดแขนงหมูสับ
– ให้ผัด หมูสับ ให้สุกก่อน เนื่องจากหากใส่ หมูสับ พร้อม ผักแขนง หมูจะสุกไม่ทัน ผักแขนง จะทำให้ผักช้ำก่อนหมูสุก
– ให้ใช้ไฟร้อนและ ผัดแบบสะดุ้งไฟ เนื่องจาก ผักแขนง ค่อนข้างอ่อน
– ไม่ต้องใส่น้ำมันมากเกินไป เนื่องจากจะทำให้มันเกินไป ไม่อร่อย
– ทำความสะอาด เนื้อหมู และ ผักแขนง ให้สะอาด เนื่องจากอาจจะมีกลิ่นเจือปนทำให้ เสียอรรถรสของอาหาร
อาหาร เมนูหมู ผักแขนงทำอะไรกินได้บ้าง มีผักแขนงทำอะไรกินดี เมนูผัด เทคนิคการทำผัดแขนงหมูสับ ผัดแขนงทำอย่างไร ผัดผักแขนง ไม่ให้ผักอ่อนและช้ำเกินไป ผัดแขนงกะหล่ำหมูสับ เมนูผัดผัก ที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยความกรอบอร่อยของผัก ซึ่งให้รสชาติเหมือนคะน้าแต่ไม่ขมเหมือนกับใบเขียวแก่ของคะน้า

ทำความรู้จักกับ ผักแขนง กัน ผักแขนงมาจากไหน เพื่อนๆคงสงสัย ผักแขนง คือ ผักกะหล่ำปลี เป็น ยอดอ่อนของผักกะหล่ำ ซึ่ง ผักแขนง จะเป็นผลผลิตหลังจากมีการตัด หัวกะหล่ำปลี จะยังเหลือ โคนของผักกะหล่ำ และจะเกิดยอดอ่อนขึ้น ตัวยอดอ่อนของผักกะหล่ำ นี้แหละ คือ ผักแขนง

ผัดแขนงหมูสับ อาหารผัด ที่ปรุงรสชาติ แบบเดียวกับ สูตรผัดผัก ต่างๆ เช่น ผัดผักรวมมิตร ผัดคะน้า รสชาติไม่เผ็ด แต่หากชอบรสเผ็ด ก็สามารถใส่พริกได้ตามใจชอบ ผัดแขนงหมูสับอร่อยๆ สำหรับวันนี้

แหล่งที่มา nlovecooking

เมนูมะระผัดไข่เค็ม

เมนูมะระผัดไข่เค็ม อาหารไทยแสนอร่อยที่มีมะระเป็นส่วนประกอบ

เมนูมะระผัดไข่เค็ม อาหารไทยแสนอร่อยที่มีมะระเป็นส่วนประกอบ

เมนูมะระผัดไข่เค็ม อาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ นำเสนอ อาหารไทย เมนูไข่ และ เมนูมะระ สูตรอาหารแสนอร่อย นั้นคือ มะระผัดไข่เค็ม เคล็ดลับความอร่อยของอาหารเมนูนี้ คืิอ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ ซึ่งสำหรับเมนูนี้ มะระจะต้องไม่ขม สุกพอดี รสชาติของไข่เค็ม ต้องกลมกลืนกับส่วนผสมทั่้งหมด

สูตรมะระผัดไข่เค็ม อาหารไทย สูตรอาหารแบบง่ายๆเมนูไข่เค็ม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร รายการอาหารผัดไข่เค็ม

ส่วนผสมสำหรับทำมะระผัดไข่เค็ม

ไข่เค็ม 1 ฟอง นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
มะระ 1 จาน โดยนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง
กระเทียม 2 กลีบ นำมาสับให้ละเอียด
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น
น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำมะระผัดไข่เค็ม

เริ่มจากการเตรียมมะระก่อน นำมะระมาแช่น้ำเกลือก่อน 20-30 นาที จากนั้น นำมะระมาหั่นสำหรับนำมาทำอาหาร โดยให้คลุกเคล้าเกลือกับมะระ จากานั้นล้างให้สะอาด
ต้มน้ำให้เดือด นำมะระลงไปลวกให้สุก จากนั้นนำมาพักด้วยน้ำเย็นให้มะระเซ็ตตัว
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและกระเทียมลงไป เปิดไฟและเจียวกระเทียมให้ความร้อนของน้ำมันค่อยๆร้อนขึ้นทำให้กระเทียมหอม
ใส่ไข่ไก่ลงไปผัด ผัดให้ไข่ไก่สุก
จากนั้นใส่ ไข่เค็ม และ มะระ ลงไปผัด ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง ซอสน้ำมันหอย และ น้ำตาลทราย ผัดให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากัน
ตักใส่จานเสิร์ฟ รับประทานได้ทันที กับข้าวง่ายๆตาม ร้านอาหารไทย อาหารจานเดียว มะระผัดไข่เค็ม
เคล็ดลับการทำมะระผัดไข่

การเลือกมะระ ให้เลือกมะระจีน ที่มีรอยหยักใหญ่ เนื้อมะระแข็งแน่น คั่วของผลมะระยังสดไม่แห้ง หรือ หลุดจากผล
เทคนิคการทำให้มะระไม่ขม การทำให้มะระไม่ขม ต้องคว้านเอาไส้ขาวๆและก็เมล็ดออกให้หมด จากนั้นนำๆปต้มด้วยน้ำเกลือ 30 นาที และนำมาแช่เย็นให้มะระยังคงความสด
เทคนิคการลดความขมของมะระ ให้นำะระไปลวกก่อน ความขมของมะระจะออกมา แต่ลวกให้พอสุก และ นำไปแช่น้ำเย็นให้มะระแข็งเซ็ตตัว เป็นชิ้น ความขมของมะระจะออกไปอยู่ในน้ำลวกมะระ
การเลือดไข่เค็ม เลือกใช้ ไข่เค็มที่ใหม่ๆซึ่ง ความเค็มของไข่จะไม่มากเกินไป การนำมาผัดไข่เค็ม ความเค็มจะทำให้เกิดความกลมกล่อม สำหรับไข่เค็มยอดนิยม คืิอ ไข่เค็มไชยา
เทคนิคการผัด ให้นำไข่ลงไปผัดก่อน ให้ไข่สุก จากนั้น จึงนำไข่เค็ม และ มะระลงไปผัด ความเค็มของไข่เค็ม จะช่วยลดความขมของมะระได้
น้ำมันที่ใช้สำหรับผัด ให้ใช้น้ำมันใหม่ ห้ามนำน้ำมันเก่ามาผัด เพราะว่าน้ำมันเก่าไม่ดีต่อสุขภาพ และก็ทำให้อาหารมีกลิ่นของอาหารอื่นๆทำให้เสียรสชาติของอาหาร และก็ที่สำคัญ อย่าใส่น้ำมันลงไปผัด มากเกินไป เนื่องจากน้ำมันจะทำให้มันเกินไป

แหล่งที่มา nlovecooking

ซดหมดครก

ซดหมดครก ข้าวโพดหวานๆกุ้งเนื้อแน่นๆคลุกเคล้าด้วยรสชา

ซดหมดครก ข้าวโพดหวานๆกุ้งเนื้อแน่นๆคลุกเคล้าด้วยรสชา

ซดหมดครก ส้มตำข้าวโพดกุ้งสด เมนูส้มตำสุดแซบๆรสชาติเข้มข้น อร่อยจัดจ้าน ข้าวโพด กับกุ้งนุ่มๆคลุกเคล้า กับเครื่องปรุงรสส้มตำ อร่อยเข้ากันมาก รับประทานกับผักสดต่างๆมีประโยชน์ต่อสุขภาพค่ะ เรามีเคล็ดลับคือ เลือกข้าวโพดที่สด ขนาดกำลังรับประทานพอดี ไม่แก่เกินไปหรืออ่อนเกินไป จากนั้นนนำมาต้มให้สุก แล้วนำมาแกะเอาเมล็ดออก หรือใช้มีดฝานบางๆตามความชอบ เลือกกุ้งสดที่สดใหม่ ขนาดกำลังพอดี แล้วนำกุ้งสดไปลวก แล้วลวกกุ้งให้สุก จากนั้นตำส่วนผสมเครื่องปรุงรสส้มตำ แล้วนำข้าวโพดมาตำเบาๆให้เข้ากัน จะได้ส้มตำข้าวโพดกุ้งสด รสชาติสุดแซบๆหวังว่าทุกท่านคงอร่อย กับส้มตำข้าวโพดกุ้งสด สูตรแซบๆของเราน่ะจ้ะ

สูตรอาหารไทย : ส่วนผสมสำหรับทำ
ส้มตำข้าวโพดกุ้งสด
Corn spicy Salad with Prawns
สำหรับ 2 ท่าน
ข้าวโพด 150 กรัม
กุ้งสด 100 กรัม
แครอท 20 กรัม
ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
น้ำตาลปิ๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศ 5 ลูก
กระเทียม 3 กลีบ
พริกขี้หนู 5 เม็ด
น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการและขั้นตอนการทำ
ส้มตำข้าวโพดกุ้งสด
Som Tam Khao Pod Goong Sod
1.เตรียมเครื่องปรุงรสได้แก่ น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ น้ำมะนาว มะเขือเทศ พริกขี้หนู กระเทียม น้ำปลาร้าต้มสุก เตรียมไว้

2.เลือกข้าวโพดที่สด ขนาดกำลังรับประทานพอดี ไม่แก่เกินไปหรืออ่อนเกินไป จากนั้นนำข้าวโพดมาต้มให้สุก

3.จากนั้นนำข้าวโพดที่ต้มสุกแล้ว นำมาแกะเมล็ดออก หรือใช้มีดฝานบางๆตามความชอบ สะดวกตามต้องการ เตรียมไว้

4.เลือกกุ้งสดที่สดใหม่ ขนาดกำลังพอดี แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วสะเด็ดน้ำออก

5.จากนั้นนำกุ้งสด มาปอกเปลือกออกแล้ว แล้วผ่าหลังดึงเส้นดำออก แล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วสะเด็ดน้ำออก

6.จากนั้นต้มน้ำให้เดือด แล้วนำกุ้งสดใส่ลงไปลวก ลวกกุ้งพอสุก

7.จะได้กุ้งลวกสุก จากนั้นตักสะเด็ดน้ำออก เตรียมไว้

8.จากนั้นนำแครอทมาปอกเปลือกออก แล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วใช้มีดสับเป็นเส้นๆหรือจะขูดเป็นเส้นๆก็แล้วแต่ชอบ เตรียมไว้

9.จากนั้นนำพริกขี้หนูกับกระเทียม ใส่ในครก แล้วตำพอแหลก

10.ตามด้วยใส่ถั่วฝักยาวหั่นลงไป แล้วตำพอแหลก จากนั้นใส่เครื่องปรุงรส ใส่น้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา น้ำปลาร้าต้มสุก น้ำมะนาวลงไป แล้วตำคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน ให้น้ำตาลปิ๊บละลายเข้ากันดี

11.จากนั้นใส่มะเขือเทศหั่นลงไป แล้วตำคลุกเคล้าเบาๆให้เข้ากัน

12.จากนั้นนำข้าวโพด ใส่ลงผสมไป จากนั้นตำผสมเบาๆคนๆคลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี

13.จากนั้นนำแครอทขูดเส้นใส่ลงไป จากนั้นตำๆคลุกเคล้าเบาๆให้ส่วนผสมให้เข้ากันดี

14.จากนั้นนำกุ้งสดลวกสุก ใส่ลงผสมไป แล้วตำผสมเบาๆคนๆคลุกเคล้าให้เข้ากันเบาๆให้เข้ากันดี พร้อมจัดเสิร์ฟ

15.จัดเสิร์ฟ ส้มตำข้าวโพดกุ้งสดแซบๆรสชาติเข้มข้น อร่อยจัดจ้าน ข้าวโพดกับกุ้งนุ่มๆคลุกเคล้า กับเครื่องปรุงรสส้มตำ อร่อยเข้ากันมาก

ส้มตำข้าวโพดกุ้งสดแซบๆรสชาติเข้มข้น อร่อยจัดจ้าน ข้าวโพดกับกุ้งนุ่มๆคลุกเคล้า กับเครื่องปรุงรสส้มตำ อร่อยเข้ากันมาก รับประทานกับผักสดต่างๆมีประโยชน์ต่อสุขภาพจ้ะ

แหล่งที่มา thai-thaifood

หวานคล่องคอ

หวานคล่องคอ แกงผักหวานไข่มดแดง หอมๆ

หวานคล่องคอ แกงผักหวานไข่มดแดง หอมๆ

หวานคล่องคอ เมนูอาหาร สำหรับวันนี้ นำเสนออาหารไทยพื้นบ้านยอดฮิต โดยมีผักหวานป่า เป็นวัตถุดิบหลักสำคัญ ผักหวานมีประโยชน์หลากหลาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งได้ คือ แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ

สูตรแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง เมนูแกง เมนูผักหวานป่า ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใขง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

-ยอดผักหวานป่าอ่อน 2 กำมือ
-ไข่มดแดง 5 ช้อนโต้ะ
-ใบแมงลัก 1 ต้น
-ปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
-นํ้าปลา 1 ช้อนโต๊ะ
-น้ำเปล่า 1 ถ้วย
-พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต้ะ โขรกหยาบๆ
-ตะไคร้ 1 ต้น นำมาหั่นเป็นท่อนเฉียงๆ
-หอมแดง 3 หัว นำมาบุบให้แตก
-เกลือป่น 1 หยิบมือ
-ใบมะกรูด 3 ใบ

วิธีทำแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

เริ่มจากต้มน้ำให้เดือดและลดไฟอ่อน จากนั้นในตะไคร้ พริก ใบมะกรูด และ หอมแดงลงไป
ปรุงรสด้วย เกลือป่น น้ำปลา และ ปลาร้า
จากนั้นใส่ ยอดผักหวานป่า ลงไปต้มให้สุก
ปิดไฟหม้อ ใส่ใบแมงลัก และ ไข่มดแดง ลงไป ทิ้งให้แกงกรุ่นๆก็สามารถเสริฟรับประทานได้

เคล็ดลับการทำแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง

ผักหวานป่า ให้เลือกใช้ส่วนยอดอ่อน เนื่องจากยอดอ่อนผักหวานนุ่มอร่อย
พริกขี้หนูสวน นำมาโขรกแบบพอบุ๋ม ไม่ต้องโขรกให้เละ
ไข่มดแดง ให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจาก ไข่มดแดง หากจะอร่อยๆต้องเคี้ยวแบบแตกมัน หากต้มนาน ไข่มดแดง จะแข็ง
ตะไคร้ ให้บุบ ให้แตก จะทำให้ได้กลิ่นของตะไคร้มากขึ้น
แกงผักหวานสามารถใส่เนื้อสัตว์อื่นๆลงไปตามใจชอบ เช่น เนื้อปลา เนื้อกุ้ง เนื้อไก่ เป็นต้น
ไข่มดแดงให้นำมาล้างน้ำให้สะอาด และ คัดตัวมดออกจะได้ไม่เสียอรรถรสในการรับประทาน
การต้มไข่มดแดง ไม่ควรต้มให้ไข่สุกเกินไป เนื่องจากความอร่อยของไข่มดแดง คือ ความมันแบบกรุบๆสามารถปิดไฟและใส่ไข่มดแดงในขั้นตอนสุดท้ายได้
ใบแมงลักให้กลิ่นหอม เทคนิคการรักษาความหอมของใบแมงลัก ให้ใส่ใบแมงลักในขั้นตอนสุดท้ายจึงจะรักษาความหอมของใบแมงลักได้
หอมแดง จะให้รสหวานของน้ำแกง เทคนิคให้นำมาบุบให้น้ำหอมแดงออกมาจะทำให้หอมแดงได้รสชาติหวานเร็วขึ้น
ใบมะกรูด ให้นำส่วนของแกนใบออกก่อนนำมาต้ม เนื่องจากแกนใบมะกรูดให้รสขม
ปลาร้าที่นำมาใช้ทำแกงผักหวาน ให้เลือกใช้ปลาร้าที่สะอาด ก่อนนำมาปรุงรสชาติให้ต้มให้สุกก่อน

แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง เมนูอาหารแบบง่ายๆแกงอีสาน วิธีทำแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง ไม่ยากใครๆก็สามารถทำกินเองได้ เมนูผักหวาน เมนูไข่มดแดง แกงผักหวาน มีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

แหล่งที่มา nlovecooking

เมนูอาหารเช้า

เมนูอาหารเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

เมนูอาหารเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

เมนูอาหารเช้า หลายคนไม่มีเวลาทำ และตัดปัญหาด้วยการไม่กินมื้อเช้าใช่ไหมคะ ? วันนี้วาวาเลยมานำเสนอทางออกกับเมนูง่ายๆอย่าง “ครัวซองต์ไส้เห็ด” เมนูอาหารเช้าที่มีขั้นตอนการทำง่าย จะทำเตรียมไว้กินเป็นมื้อเช้าก็สะดวก หรือจะทำขายก็ได้กำไรงาม ต้นทุนไม่สูงไฮไลต์ของเมนูอยู่ที่การใช้เห็ดนานาชนิด ผัดรวมกับนมและวิปครีมจนได้ไส้ที่เข้มข้น แถมยังมีผักสลัดที่ทำให้หน้าตาน่ากินสุดๆแค่ฟังวาวาเล่าอย่างเดียวคงยังไม่จุใจ มาค่ะ! ไปเข้าครัวลงมือทำพร้อมกันเดี๋ยวนี้เลยจ้า!

วัตถุดิบ
ครัวซองท์เนยสด ตราเอโร่ 4 ชิ้น
เนยจืด 3 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่สับ ½ ถ้วย
เห็ดเข็มทองหั่นหยาบ 1 ถ้วยตวง
เห็ดแชมปิญองซอยบาง ½ ถ้วยตวง
เห็ดชิเมจิ ½ ถ้วยตวง
นมสด ¼ ถ้วยตวง
วิปครีม ¼ ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนชา
พริกไทย 1 ช้อนชา
ผักกรีนโอ๊ค 1 ต้น
หอมใหญ่หั่นเเว่น ½ ถ้วยตวง
มะเขือเทศหั่นแว่น ½ ถ้วยตวง

วิธีทำ
STEP 1 : ผัดไส้
ตั้งกระทะ เปิดไฟใส่เนย รอให้เนยละลาย ใส่หอมใหญ่สับ ผัดให้หอมใหญ่สุก
ใส่เห็ดเข็มทอง เห็ดแชมปิญอง และเห็ดชิเมจิ ผัดให้เข้ากัน

STEP 2 : ปรุงรส
ใส่นมสดและวิปครีม เคี่ยวให้ข้น
ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ แล้วยกลงจากเตา

STEP 3 : ใส่ไส้
นำครัวซองท์เนยสด ตราเอโร่ มาผ่าครึ่งโดยไม่ต้องขาดเป็น 2 ท่อน
ยัดไส้ โดยรองด้วยผักกรีนโอ๊ค หอมใหญ่ และมะเขือเทศ ตามด้วยไส้เห็ดที่ผัดเตรียมไว้
พร้อมจัดเสิร์ฟ

เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ “ครัวซองต์ไส้เห็ด” เมนูอาหารเช้าที่มีขั้นตอนการทำง่ายกว่าที่คิด ไส้เห็ดเข้มข้นกินคู่กับครัวซองต์แสนอร่อย ช่วยทำให้มื้อเช้าของเพื่อนๆและทุกคนในครอบครัวเป็นมื้อเช้าสุดพิเศษ จะทำกินก็ได้ หรือทำขายก็เข้าท่าไม่น้อย สำหรับเมนูนี้วัตถุดิบที่จัดว่าสำคัญแล้วก็ขาดไปไม่ได้คือ ครัวซองต์เนยสด ซึ่งวาวาเลือกใช้ ครัวซองท์เนยสด ตราเอโร่ เพราะเป็นครัวซองต์หอมกลิ่นเนย อบ สดใหม่ ทุกวัน ปลอดภัยไม่ใส่สารกันบูด แถมมาจากโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานสากลอีกด้วย ถ้าเพื่อนๆคนไหนพึงพอใจอยากมี ครัวซองต์สดใหม่ คุณภาพดีไว้ทำอาหารเช้าที่บ้านแบบวาวาแล้วล่ะก็ สามารถหาซื้อได้ที่ห้างแม็คโครทุกสาขาได้เลยจ้า

แหล่งที่มา wongnai

ข้าวผัดกะเพรา

ข้าวผัดกะเพรา เมนูมานำเสนออีกแล้ว

ข้าวผัดกะเพรา อีก 10 ปี กินแบบเดิม แต่จ่ายเฉียดร้อย เช้า กลางวัน เย็น … เสียงท้องร้องดังระงมเรียกหาเมนูอาหาร หลายคนเดินวนเวียนคิดแล้วคิดอีก ดูแล้วดูอีก ก็ไม่รู้จะกินอะไรดี บทสรุปของทุกเมนูจบลงที่ “ข้าวผัดกะ-เพราหมูสับ” ธรรมดา ง่าย ๆ จานเดิม เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน จะมี “ใหม่” ก็แค่สิ่งเดียว … “ราคา” ที่จะแพงมหาโหด ผ่านมาจนถึงปี 2562 เมนูยอดฮิตของร้านอาหารตามสั่งทั่วไทยก็ยังคงเหมือนเดิม “ข้าวผัดกะ-เพราหมูสับ” ยืนหนึ่งตลอดกาล กินกันมาตั้งแต่ราคา 25-30 บาท เมื่อสมัยก่อนนู้น จนขยับมาเป็น 35-40 บาท อย่างในปัจจุบัน ถ้าเพิ่มไข่ดาวท็อปปิ้งยอดฮิตเข้าไปอีกก็จ่ายเพิ่ม 5-10 บาท จะมะตูมหรือแบบสุก ๆ อยากได้แบบไหน พ่อค้าแม่ค้าจัดให้ได้หมด วัน วันหนึ่งขายกัน 40-50 จาน บางร้านที่อยู่ในย่านทำเลคนเมือง อย่างเกาะพญาไท เขตราชเทวี บอกกันเลยว่า เคยขายได้สูงสุดมากกว่า 100 จานต่อวัน!!

ข้าวกะเพราหมูสับจานละ 35-40 บาท รู้กันไหมว่า ต้นทุนจริง ๆ แค่ 23.55 บาทเท่านั้น!! กำไรต่อจาน 11.45-16.45 บาทเลยละ … ทีนี้มาดูกันว่า ในต้นทุนต่อจานนั้นมีอะไรบ้าง?

เริ่มกันตั้งแต่ต้นทุนทางวัตถุดิบ ประมาณ 11.33 บาท แบ่งเป็น ข้าวขาว เนื้อสัตว์ น้ำมันพืช และวัตถุดิบอื่น ๆ แต่กว่าจะได้ข้าวผัดกะ-เพรามา 1 จาน มันไม่ได้คิดแค่ต้นทุนวัตถุดิบอย่างเดียว มันมีอย่างอื่นประกอบด้วย ได้แก่ ค่าแรงทางตรง 6.20 บาท, ค่าเช่าพื้นที่ 2 บาท, ค่าแก๊ส 1.17 บาท, ค่าไฟฟ้า 0.89 บาท, ค่าความเสี่ยง (ร้อยละ 10 ของต้นทุนวัตถุดิบ) 1.14 บาท และอื่น ๆ (ค่าน้ำ/ค่าขนส่ง) 0.82 บาท

คงคิดกันใช่ไหมว่า ต้นทุนต่อจานทำไมถูกจัง? … การคำนวณต้นทุนตรงนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประมาณการจากการขายของร้านค้า ซึ่งจะต้องขายได้ 100 จานต่อวันขึ้นไป หากปริมาณการขายลดลงต้นทุนจะปรับสูงขึ้น ในส่วนค่าเช่าพื้นที่ที่นำมาคำนวณ เฉลี่ยที่ 6,000 บาทต่อเดือน และยังมีค่าแรงขั้นต่ำอัตรา 310 บาทต่อคน ค่าแก๊สถังละ 353 บาท

“ข้าวผัดกะ-เพราหมูสับ” ในราคายุคดิจิทัล
หลายปีที่ผ่านมา เราก็เห็นกันแล้วว่า ข้าวผัดกะ-เพราไม่เคยเปลี่ยนไป หน้าตายังคงเหมือนเดิม วัตถุดิบก็ยังเหมือนเดิม อาจจะมีแตกต่างมากหน่อยขึ้นอยู่กับการรีเควสต์ และแน่นอนว่า อีก 10 ปีข้างหน้า ต่อให้ประเทศไทยเราจะหมุนเปลี่ยนเป็นยุคดิจิทัล 5.0 หรือ 10.0 มีหุ่นยนต์เข้ามาช่วยทำข้าวผัดกะ-เพราหมูสับ หน้าตามันก็คงไม่ต่างจากเดิมนักหรอก และถึงจะกินแบบเดิม แต่ราคาคงไม่เหมือนเดิม

แล้วถ้าอัตราเงินเฟ้อไม่ได้อยู่ที่ 2% แต่อยู่ที่ 2.25-3% หรือมากกว่านั้นล่ะ คิดว่าค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท จะกิน “ข้าวผัดกะ-เพราหมูสับ” ครบ 3 มื้อ ได้ทั้งเดือนไหม?

แหล่งที่มา thairath

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!…